39 views


สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดกันที่
คุ้งบางกะเจ้า

เรื่องและภาพ : Pannawat R.

ถ้าพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่สีเขียวที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เชื่อว่าป่าใกล้กรุงรูปทรงคล้ายกระเพาะหมูอย่าง คุ้งบางกะเจ้า คงอยู่ในใจของใครหลายคนกันแน่ เพราะเป็นสถานที่สุดฮิตที่ใครต่อใครก็บอกต่อกันมาว่าควรค่าแก่การไปเยือนกันสักครั้ง โดยเฉพาะสำหรับสิงห์นักปั่นจักรยาน และเหมาะสำหรับจะเป็นที่เที่ยวในวันหยุดของคนอยากใกล้ชิดธรรมชาติ เอาเป็นว่าครั้งนี้เราขอถือโอกาสพาไปวันเดย์ทริปชิลล์ๆ กันที่ คุ้งบางกะเจ้า แห่งนี้กันนะออเจ้า

เดินทางสู่ โอเอซิสแห่งเอเชีย

การมาคุ้งบางกะเจ้าก็สามารถมาได้หลายเส้นทาง ทางที่สะดวกที่สุดสำหรับรถโดยสารสาธารณะคือ นั่ง BTS มาลงสถานีบางนา และนั่งแท็กซี่ต่อไปยังวัดบางนานอก จากนั้นก็เดินไปขึ้นเรือข้ามฝากในวัดได้เลย ส่วนใครที่สะดวกขับรถยนต์ส่วนตัวมาเองก็สามารถเดินทางได้เพียงมาตามเส้นถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ข้ามสะพานภูมิพล 1  เข้าซอยทรงธรรม และเข้าสู่ถนนเพชรหึงษ์ วิ่งตรงเข้าคุ้งบางกะเจ้าได้เลย

ปั่นจักรยานชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศรอบคุ้งบางกะเจ้า

กิจกรรมหลักของการมาคุ้งบางกะเจ้าก็คือ การปั่นจักรยาน ซึ่งมีร้านเช่าจักรยานอยู่ตามจุดต่างๆ มีหลายแพ็คเกจให้เลือก ใครเช่าปั่นเป็นจุดๆ ก็ 20 บาท ใครจะเช่าปั่นทั้งวันก็ไม่เกิน 100 บาท ราคาย่อมเยาสุดๆ

สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์

จุดสตาร์ทของเราเริ่มต้นที่ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ เป็นเส้นทางศึกษาระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติของบางกะเจ้า มีพื้นที่ประมาณ 150 ไร่ ซึ่งชื่อนี้ได้รับพระราชทานมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยมาจากชื่อเมืองโบราณในอดีต หนึ่งในความพิเศษของสวนแห่งนี้ คือ มีระบบนิเวศป่ารวมกันถึง 3 แบบในบริเวณเดียว ได้แก่ ป่าชายเลนบริเวณปากคลองที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำกร่อยช่วงน้ำทะเลหนุนสูงและอิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลง ป่าบึงน้ำจืด ส่วนที่ราบต่ำริมน้ำหรือพื้นที่ตอนในซึ่งมีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝนและแห้งในช่วงฤดูแล้ง ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นสวนผลไม้ที่ขุดร่องไว้ช่วยระบายน้ำ และป่าดิบลุ่มต่ำ ที่แผ่ปกคลุมบริเวณดอนสูงกลางคุ้ง ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นพื้นที่สวนและที่อยู่อาศัย

  

  

อีกหนึ่งกิจกรรมสุดฮิปนอกจากการปั่นจักรยานภายในสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ก็คือการหามุมชิคๆ ถ่ายรูปนั่นเอง ซึ่งที่นี่ก็มีมุมถ่ายรูปฮิตๆ มากมาย ทั้งหอดูนกสูงประมาณ 7 เมตรที่สามารถชมทิวทัศน์โดยรอบ มองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นไม้สีเขียวสดล้อมรอบ (แต่เอาจริงๆ คนที่มาตรงเนี่ยเขาไม่ได้มาดูนกกันหรอก ฮะๆๆ) นอกจากนี้ยังมี สะพาน“เขื่อนขันธ์มรรคา” สะพานไม้ที่ทอดยาวข้ามสระน้ำออกไป เป็นอีกจุดถ่ายภาพที่ไม่ควรพลาด

ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ แน่นอนว่าบริเวณรอบสวนศรีนครเขื่อนขันธ์นั้นมีป้ายต่างๆ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศภายในสวนแห่งนี้ เช่น ประวัติและที่มาของบางกะเจ้า, ต้นลำพู บ้านหิ่งห้อย, เรื่องของเหี้ย เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย
 
ปั่นจักรยานไป พักสูดอากาศบริสุทธิ์ไปกันเต็มที่ในสวนศรีนครเขื่อนขันธ์แล้ว บริเวณใกล้เคียงก็ยังมีแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจอีกแห่งที่ควรแวะไป คือ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทยนั่นเอง ที่นี่มีห้องฉายวิดีโอให้เรียนรู้เกี่ยวกับชีววิทยาและลักษณะของปลากัดสายพันธุ์ต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้รู้จักกับปลากัดกันมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่ามีการจัดแสดงปลากัดหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ล้วนมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละสายพันธุ์นั้นๆ อาทิ ปลากัดจีน ปลากัดหม้อ ปลากัดหางพระจันทร์เสี้ยว ฯลฯ พูดเลยว่ากว่าจะถ่ายให้แค่ชัดๆได้สักตัว ทำเอาเราแอบเหงื่อตกเบาๆ เลย นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบพิพิธภัณฑ์มีบรรยากาศเงียบสงบ มีความร่มรื่น ต้นไม้สีเขียวชะอุ่มตัดกับบ้านเรือนไทยหลังสวย ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่คุ้มค่าที่ได้มาเที่ยวจริงๆ
 
  
    
 
 
        
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

หลังจากที่เราปั่นไปพักไปกันสักพักใหญ่ๆ แดดก็ตรงหัวพอดี ท้องก็เริ่มร้องแล้วสิ จุดหมายต่อไปเราเลยไปหาของกินคาวหวานกันที่ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง เป็นตลาดชุมชนที่เราสามารถช้อปสินค้าชุมชน พืชผลทางการเกษตร และอาหารพื้นบ้าน มีเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ เริ่มเปิดตลาดประมาณแปดโมงเช้าเป็นต้นไปจนถึงช่วงเย็นๆ พ่อค้าแม่ค้าตลาดนี้เอาใจใส่ทั้งเรื่องของคุณภาพของสินค้า และยังคงไว้ซึ่งภูมิปัญญาไทยๆ ด้วย ที่สำคัญพ่อค้าแม่ค้าแต่ละคนยิ้มหวาน แถมยังใจดี ถือเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของตลาดน้ำแห่งนี้ที่เราสัมผัสได้

  

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งจัดเป็นซุ้มให้มีทางเดินยาวกว่า 2 กิโลเมตร เรียกว่าเป็นสวรรค์ของสายกินกันเลยทีเดียว เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยของคาวหวานละลานตา เช่น ก๋วยจั๊บ กระเพาะปลา รังนก ก๋วยเตี๋ยว ขนมครกหอยทอด ทอดมันปลา หมึกไข่เสียบไม้ห่อด้วยใบตอง แจงรอน ห่อหมก ขนมถ้วย ขนมจาก กล้วยแขก ม้าฮ่อ ขนมตระกูลทอง กาละแมกวน ฝอยเงินที่ใช้ไข่ขาวต้มในน้ำเชื่อมรสหวาน ชุ่มคอ หมี่กรอบโบราณ เมี่ยงคำ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสินค้า OTOP ที่สร้างสรรค์จากคนในชุมชนบางน้ำผึ้งให้เลือกซื้อเลือกหากันด้วย เช่น ดอกไม้เกล็ดปลาบ้านธูปสมุนไพร ภาพประดิษฐ์จาก รกมะพร้าว ของตกแต่งบ้าน ดอกหญ้าหลากสี เป็นต้น จะซื้อไว้ใช้เองก็ดีหรือซื้อฝากก็ได้ใจแน่นอน

  

ถ้าใครอยากรู้เรื่องราวความเป็นมาของตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ก็สามารถถามไถ่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าหรือคนเฒ่าคนแก่กันได้ รวมถึงความร่มรื่นของพื้นที่สีเขียวรอบตลาดก็ชวนให้เดินชิลล์ๆ เรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลินใจ

  

ทริป 1 วันในคุ้งบางกะเจ้าแห่งนี้ ถึงแม้เรามีเวลาไม่ค่อยมาก อาจเก็บไม่ครบทุกจุด แต่ว่าก็ได้ออกกำลังกาย ทั้งสนุก ทั้งสดชื่น ทั้งอิ่มหน่ำ เป็นทริปเล็กๆ ที่รีชาร์จพลังชีวิตของเราให้เต็มถังอีกครั้งหนึ่ง