19 views


เกี่ยวก้อย ขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์
“นางร้ายเบอร์หนึ่ง” เฉพาะในจอหรือไม่??

 

จากเด็กมัธยมต้นถักผมเปียไปโรงเรียน วันหนึ่งมีแมวมองมาทาบทาม และชักชวนเข้าสู่เวทีประกวดความงามเดินสาย จนในที่สุดเข้าตากรรมการ และได้รับการชักนำเข้าสู่วงการบันเทิง ซึ่งทำให้เธอได้โลดแล่นสร้างความสุข ให้คนดูมาจนทุกวันนี้ พร้อมฉายา “นางร้ายเบอร์หนึ่ง” แห่งช่อง 7

  

เดินสายประกวด

เกี่ยวก้อยเป็นชาว จ.ชลบุรี จุดเริ่มต้นของเธอคือ ประกวดมิสโมบายไอทีของเจมาร์ท และได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 3 ควบตำแหน่งมิสปอบปูล่าร์โหวต ทำให้เธอได้เข้าสังกัดโมเดลลิ่ง เวทีมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สปี พ.ศ. 2554 ทำให้เกี่ยวก้อยต้องพยายามทำให้เต็มที่ และสามารถเข้ารอบ 40 คนสุดท้ายได้ พร้อมตำแหน่งงามอย่างไทย ซึ่งคุณแดง สุรางค์ เปรมปรีด์ เป็นผู้เลือกด้วยตัวเอง


“การประกวดจะว่าชอบก็ชอบ เพราะแต่ละเวทีได้ประสบการณ์ดีๆ ไม่เหมือนกัน เพราะชอบฝึกฝนตัวเองอยู่แล้ว และเป้าหมายของเด็กสาวที่เข้าสู่เวทีนี้ คือทุกคนอยากเป็นดารา ก้อยก็เป็นหนึ่งในนั้น วันนั้นจำได้เลยว่านั่งกันอยู่หลายคน  คุณแดงเดินมาถามว่าอยากเป็นดาราไหม ก้อยตอบแบบไม่คิดเลยว่าอยากค่ะ คุณแดงเลยบอกว่าให้ไปฝึกพูดให้ชัด ร-เรือ ล-ลิง และไม่คิดเลยว่าหลังจากนั้นจะได้เข้าไปเทสต์หน้ากล้องจริงๆ”

จากนางงามสู่ดารา

เกี่ยวก้อยต้องเทสต์หน้ากล้องถึง 3 รอบกว่าจะผ่าน โดยทดสอบด้วยการเล่นกับกล้อง พร้อมบทพูด และแสดงความรู้สึกต่างๆ เช่น ดีใจ เสียใจ อิจฉา ผิดหวัง หดหู่ โกรธ ร้องไห้ ฯลฯ ทั้งที่ไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อนเลย ในที่สุดก็ผ่านด่าน และได้เซ็นสัญญากับช่อง 7 จากนั้นจึงเริ่มเรียนการแสดง พร้อมฝึกบุคลิกภาพอย่างจริงจังนาน 6 เดือน ก่อนได้เริ่มเล่นละครเรื่องแรก

 

 

จากวันแรกจนถึงวันนี้

เป็นความรู้สึกที่เกินคาดมาก เพราะการเป็นดาราในความคิดของก้อย เพียงแค่ได้อยู่ในจอโทรทัศน์ ได้เล่น ได้ถ่ายทอดบทบาทตัวละครออกไปสู่คนดูว่าเราคือคนๆ นั้น แค่นี้ก็พอใจแล้ว แต่ผลตอบรับที่ได้คือคนดูจำได้ว่าเราเล่นเป็นตัวละครไหนในเรื่องอะไร และเราเล่นได้ดีไหม เวลามีคนทักทีไร ก้อยจะรู้สึกดีมากที่เราสามารถทำได้ เลยคำว่า “เป้าหมาย” ไปแล้ว
 

ฉายแววดาวเด่น

หลายคนอาจคิดว่าเริ่มต้นจากหน้าตา และรูปร่างดี แต่สำหรับเธอเริ่มจากการเป็นเด็กเรียนดี จนได้รับเข็มที่ระลึกเป็นเกียรติประวัติทุกปี ประกอบกับส่วนสูง จึงได้รับเลือกให้ถือป้าย เชียร์ลีดเดอร์ และนักกีฬาวิ่ง พอถึงช่วงมัธยมปลาย ก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าอยากเรียนต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็สามารถทำได้ และยังทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยด้วย โดยได้รับเลือกเป็นจุฬาคฑากรของมหาวิทยาลัย โดยเป็นหญิงแกร่งเพียงคนเดียวในจำนวนผู้ชายอีก 3 คน รวมเป็นจุฬาคฑากร 4 คน ในปีการศึกษา 2551 ของจุฬาฯ เคล็ดลับความสำเร็จทั้งหมดของเธอ เธอเชื่อว่าเพราะพื้นฐานชีวิต

 

ความอดทน วินัย คือเคล็ดลับความสำเร็จ

เกี่ยวก้อยเล่าว่าสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก เช่น เลิกเรียนต้องช่วยแม่ขายขนม เนื่องจากครอบครัวมีฐานะปานกลาง และยังได้รับการฝึกให้ช่วยเหลือตัวเองมาตลอด ทำให้เป็นคนมีวินัย อดทน รู้จักถ่อมตัว มีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ และมีความเป็นไทย

“เรื่องการวางตัวของคนเรานั้นมีสองด้านอยู่แล้ว เมื่อเป็นคนของประชาชนก็ต้องทำตัวให้เหมาะสม ต้องรู้จักเลือกเปิดเผยมุมที่ดี และการวางตัวที่ดี ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ยาก แค่ทำให้ถูกต้องกาละเทศะ ให้ผู้ใหญ่เห็นแล้วรัก โดยอยู่บนพื้นฐานความเป็นตัวของตัวเองด้วย และไม่ฝืนก็พอ ส่วนด้านที่แย่ก็เก็บไว้กับตัวเอง”

 

“สติ” สำคัญที่สุด

"เมื่อก่อนนี้ข้อเสียของก้อยคือคือไม่ค่อยเข้าหาผู้ใหญ่ ซึ่งมีผลกับงาน หรือแม้แต่การเข้าสังคมเพื่อให้รู้จักคนมากขึ้น และค่อนข้างใจร้อน แต่ความโชคดีอย่างหนึ่งคือก้อยรู้จักเลือกมองตัวอย่างทีดี เช่น เคยหงุดหงิดที่ต้องรอถ่ายละครนานๆ แต่พอเห็นรุ่นอาวุโสอย่าง อาอุ้ย - เกรียงไกร อุณหะนันทน์, พี่ต่าย - เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ที่ไม่เคยปริปากบ่นเลยสักคำ ก็ทำให้ย้อนมองตัวเองว่าแล้วเราเป็นใคร ทั้งสองท่านจึงเป็นแบบอย่างทั้งเรื่องวินัย และความขยันอีกด้วย”
 

อยู่ในวงการได้นานๆ

“หากเด็กรุ่นใหม่คนไหนเริ่มต้นชีวิตจากพื้นฐานการเรียนที่ดี ประกอบกับมีความสามารถด้วย จะทำให้ไปได้เร็ว เพราะอย่างไรก็ต้องเริ่มจากตัวเอง และใช้เวทีเป็นบันไดก้าวไปสู่ความสำเร็จในวงการ โดยพยายามรักษามาตรฐานการทำงาน และปรับปรุงทักษะอยู่เสมอ วางตัวให้เหมาะสม เพราะการแข่งขันสูงมาก แค่นี้ก็อยู่ในวงการได้แล้ว”

 


 

การเข้าถึงบทบาทเรื่องบทบาทการแสดง

“การเล่นบทร้ายซ้ำๆ ความจริงแล้วทำให้ชีวิตเครียด และกดดันมาก เช่น ฉากที่ต้องโดนขืนใจ ไม่ใช่แค่เพียงร้องกรี๊ดๆ แต่ต้องเข้าใจความรู้สึกของคนที่โดนแบบนั้นจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร เพราะการแสดงคือการคิดให้ลึก ทำให้พลอยกดดัน และเครียดโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น จึงต้องหาวิธีแก้ คือเมื่อถ่ายละครจบแล้ว ก็ต้องทิ้งความรู้สึกนั้นไป ไม่นำกลับบ้านไปด้วย”

เร็วๆ นี้จะมีละคร 3 เรื่อง ที่เตรียมออก-อากาศคือ แม่อายสะอื้น ยึดฟ้าหาพิกัดรัก และสกาวเดือน เกี่ยวก้อยบอกว่าอยากให้แฟนๆ รอชม เพราะเป็นผลงานที่เธอเล่นเต็มที่มาก
 

ความสุขในชีวิต

นั่นคือการใช้เวลากับครอบครัว ก็เหมือนได้เติมพลังชีวิตให้ตัวเองแล้ว จึงพยายามตักตวงความสุขให้เต็มที่ หรือบางทีก็ยืดหยุ่นด้วยการรับประทานอาหารจานโปรดบ้าง ก่อนจะออกกำลังกายเผาผลาญ ส่วนเรื่องความรัก เธอยอมรับว่ามีคนที่คุยกันอยู่  ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา การดูแลทุกคนให้สุขสบายก็เป็นอีกความสุขหนึ่ง ไปจนถึงแบ่งปันไปสู่ญาติพี่น้องด้วย โดยรับอุปการะลูกพี่ลูกน้องที่ประสบอุบัติเหตุช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ รวมทั้งเป็นจิตอาสาในอีกหลายโครงการ

“เหตุผลที่ให้ทำงานเพื่อสังคม เพราะได้แบบอย่างมาจากคุณพ่อ ท่านเป็นผู้บริหารในบริษัทประกันชีวิต แต่อีกด้านหนึ่งก็ทำหานในมูลนิธิกู้ภัยด้วย โดยจะมีรถกระบะคู่กาย ทำให้ชินกับการนั่งรถกระบะทั้งที่ยังมีคราบเลือดติดอยู่มาโดยตลอด ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ภูมิใจ ขณะเดียวกันก็ตระหนักว่าความตายเป็นเรื่องใกล้ตัว”

การคิดบวกสร้างคุณภาพคน

“การคิดบวกคือการนำทางชีวิต ถ้าเรามีมุมบวกเพื่อก้าวผ่านอุปสรรค และมีแง่ลบเพื่อพัฒนาตนเอง ก็ทำให้เราเป็นคนที่มีคุณภาพได้ ส่วนเรื่องการสร้างความมั่นคงในชีวิต  ก็มีการลงทุนเพิ่มในเรื่องอสังหาริมทรัพย์ และทำธุรกิจเครื่องสำอางด้วย”

มีโอกาสได้อ่านเรื่องราวของเธอมาจนถึงบรรทัดนี้ ทุกคนคงได้คำตอบแล้วว่าชีวิตจริงของเธอเป็นนางร้อยเบอร์หนึ่งเหมือนในโลกมายาหรือไม่ ??

将双手和身体清洗干净,然后将身体擦干,赤裸上身丰胸产品。将按摩霜均匀地涂抹在乳房四周。将双手分别放在一侧乳房底部,从底部开始丰胸产品酒酿蛋,由下向上,由外向内推拿乳房,如此反复多次,至乳房微微发热即可。按照此方法坚持一段时间后丰胸食物,乳房下垂、扁平的问题将得到改善,长期坚持按摩,便可挺出丰满诱人的乳房丰胸方法