905 views


 

กฤษนะ ละไล

“อารยสถาปัตย์” 

คือการแบ่งปันความสุขให้ทุกคน

 

ปีพ.ศ. 2540 ขณะที่คุณอ๋อย - กฤษนะ เดินทางไปทำข่าวต่างจังหวัด ได้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ขึ้น ทำให้ไม่สามารถเดินได้อีกต่อไป และต้องนั่งเก้าอี้รถเข็นมาจนทุกวันนี้ แต่ในเวลาต่อมาสิ่งนี้ กลับสร้างแรงบันดาลใจให้เขาผลักดันโครงการ “อารยสถาปัตย์” ที่มีคุณค่าต่อมวลมนุษยชาติอย่างมหาศาล 

 

อะไรคือ “อารยสถาปัตย์” (Friendly Design)

ผู้พิการแต่กำเนิด ผู้มีปัญหาสุขภาพ ครอบครัวมีเด็กเล็กที่ต้องใช้รถเข็น และกลุ่มนักท่องเที่ยวลากกระเป๋าด้วย ซึ่งแรงบันดาลใจเกิดจากที่ คุณอ๋อยใช้ชีวิตบนเก้าอี้เข็นมานานเกือบ 20 ปี ทำให้เข้าใจปัญหาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้อีกทั้งไม่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ในปัจจุบัน และอนาคตด้วย

 

“โลกยุคใหม่คือการรองรับสังคมผู้สูงอายุ (Edging Society) และคนที่ต้องช่วยเหลือตัวเองที่มีมากขึ้น ซึ่งเป็นกระแสหลักของสังคมทั่วโลก กลุ่มคนเหล่านี้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระเท่าที่ควรจะเป็น และไม่ตอบโจทย์การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน”

 

 

 

 

"น้ำอีกหยดหนึ่ง" คือการรวมพลังประเทศไทย

งานเอ็กซ์โป (Thailand Friendly Design Expo) เป็นทางหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร อีกทั้งเป็นเวทีพบปะเจรจาพูดคุยแลกเปลี่ยนสื่อสารกันอย่างครบวงจรธุรกิจด้วยโดยครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อปีก่อน เป็นงานใหญ่ที่สุดในอาเซียน และการตอบรับเป็นไปด้วยดี เนื่องจากมี 117 องค์กร 12 กระทรวง และตัวแทนอาเซียนรวมจากทั้งทั่วโลก 15 ชาติเข้าร่วม 

 

“ทุกประเทศในอาเซียนตื่นตัวเรื่องนี้กันมาก โดยเฉพาะสิงคโปร์ สำหรับปีนี้จะเน้นสังคมผู้สูงวัย (Edging Society) และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองสังคมยุคใหม่”

ถ้าอยู่ไม่ถึงก็ต้องรีบกลับมาเกิดใหม่ เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ถ้าไม่มีผู้สนับสนุน ทุกคนพร้อมจิตพร้อมใจ ทำให้เห็นพลังคนไทย และพลังอาเซียน เรียกว่าเป็นน้ำอีกหยดหนึ่งที่ไหลมารวมกัน”

 

 

การสะสมบุญบารมี

“การให้ความช่วยเหลือผู้สูงวัย คนพิการ และคนทั้งมวล เป็นการเปลี่ยนคำจัดกัดความจาก “ผู้ด้อยโอกาส” เป็น “ผู้ได้โอกาส” นี่คือ CSR ประเทศไทย เป็นการทำบุญที่มากล้นเพื่อมวลมนุษยชาติ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าใครจะหมดอายุขัยลงก่อน เพราะด้วยหลักการเวียนว่ายตายเกิด ก็จะได้กลับมาเกิดใหม่ และสานต่องานเอ็กซ์โปต่อไปให้ครบ 100 ปี”

 

 

 

ชีวิตต้องมีลูกบ้า

โดยจุดเริ่มต้นคือการร่วมงานกับหนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ในตำแหน่งขายโฆษณา ก่อนได้รับโอกาสเป็นผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจในหนังสือพิมพ์เดลิมิเรอร์ ผู้สื่อข่าวสายการเมืองในหนังสือพิมพ์แนวหน้า และหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น รวมทั้งเนชั่นทีวีในปัจจุบัน ซึ่งผ่านการทำงานตั้งแต่ยุคที่ยังใช้เครื่องพิมพ์ดีดตั้งแต่ปีพ.ศ. 2535 มาจนถึงยุคมัลติมีเดีย 

“ในการทำงานผมยึดหลักคำสอนของหลวงวิจิตรวาทการ คือการใช้ความขยัน ทุ่มเท และความบ้าเข้าแลก คนเราจะขยันธรรมดาไม่ได้ ต้องมีความบ้าด้วยในการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด”

 

 

 

การอ่านเปลี่ยนชีวิต

คุณอ๋อยรักการอ่าน ทั้งประวัติศาสตร์ หลักคิดทฤษฎี การเมืองการปกครอง อัตชีวประวัติ แฟนตาซี การทำนายอนาคตโลก หรือแม้แต่บทกวีของคาริล ยิลราล เช่นบท “ความรักปรากฎรูป” ที่ว่าด้วยการทำงาน “หากท่านทำงานเพียงเพราะหน้าที่ ท่านจะได้เดินอยู่รอบวิหาร แต่เมื่อใดท่านทำงานด้วยความรัก ท่านจะได้ขึ้นไปอยู่บนหิ้งบูชา” ซึ่งล้วนมีส่วนเกื้อหนุนให้มีชีวิตที่ดี และมีนิสัยรักความก้าวหน้า อีกทั้งยังปลอบประโลมยามพบวิกฤติในชีวิตด้วย

 

“ตอนนั้นต้องผ่าตัด 2 รอบ และพักฟื้นนานร่วม 6 เดือน ก่อนหน้านี้ผมสุขภาพดีมาโดยตลอด แต่พอเข้าโรงพยาบาลทีก็อยู่จนคุ้มเลย (หัวเราะ) การเป็นปุถุชนก็ต้องเกิดความห่อเหี่ยว และท้อแท้บ้างเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่นาน เพราะได้กำลังใจจากคนรอบข้าง และการอ่าน ทำให้ฮึดสู้ขึ้นมา”

การสวดมนต์ไหว้นั้นพระสำคัญมาก การอธิษฐานขอพรคือการคิดบวก เพราะเปรียบเสมือนเครื่องชโลมจิตใจ ผมยังมีงานอดิเรกที่รักคือ การวาดรูป และแต่งกลอน รวมทั้งสวดมนต์ให้ได้ทุกวัน เพื่อให้เกิดพลังคิดบวก จิตใจคนเราก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องรดน้ำพรวนดินอยู่เสมอ” 

 

 

ชีวิตที่มีคุณค่า

เป็นความโชคดีมากที่คุณอ๋อยมีภรรยาอยู่เคียงข้าง พร้อมด้วยลูกๆ ทั้ง 3 วัย 8 ขวบ 6 ขวบ และ 4 ขวบ ในฐานะหัวหน้าครอบครัว การบริหารจัดการคือเลือกบ้านให้อยู่ใกล้ที่ทำงาน เพื่อจะได้ประหยัดเวลาในการเดินทาง ส่วนหลักการครองรักคือ “เข้าใจ ใส่ใจ และให้เวลา” สำหรับคติประจำใจคือต้องการทำสิ่งที่หลายคนคาดหวังให้ดีที่สุด 

 

“ทำทุกวันให้ดีที่สุด ทำให้คนที่ยากลำบากในการใช้ชีวิตมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมา ถือเป็นเป้าหมายชีวิตของผมเลย เพราะชีวิตที่มีคุณค่า คือการสร้างประโยชน์สุขให้สังคม ประเทศชาติ และมนุษยชาติ เมื่อคนอื่นได้ประโยชน์ เราก็ได้รับอานิสงส์ด้วย”

งานกับการพักผ่อนเป็นสิ่งเดียวกัน และทุกครั้งที่ได้เดินทางออกนอกประเทศ แต่ละปีจะพยายามหาเวลาไปประเทศญี่ปุ่น ย่านหนึ่งที่โปรดปราน คือย่านอุเอโนะ (Ueno) ซึ่งมีเลนสำหรับเก้าอี้รถเข็นที่แล่นจากสถานีรถไฟ JR Ueno ไปสวนสาธารณะอุเอโนะ และหอศิลป์อุเอโนะ 

“ผมจะใช้เวลากับการปั่นเก้าอี้ไปตลอดทางหลายกิโลเมตรนี้ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย เป็นการออกกำลังกายที่ดีมาก ที่สำคัญยังเป็นโตเกียวโมเดลสำหรับผมที่นำมาใช้กับผลักดันโครงการต่างๆ ด้วย เช่น จตุรัสอารยสถาปัตย์รัตนโกสินทร์เฟรนลี่ดีไซน์สแควร์ บริเวณสี่แยกปทุมวัน ซึ่งพยายามผลักดันทางลาดทางเชื่อมมาตรฐานขึ้น เพราะทุกประเทศในอาเซียนมีกันหมดแล้ว”

 

 

สิ่งที่ยังขาด

 

คุณอ๋อยพอสรุปได้ว่าองค์กรภาครัฐยังขาดความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา อีกทั้งขาดการเชื่อมโยงเชื่อมต่อ และขาดมาตรฐานสากลที่เรียกว่า “การออกแบบสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรเพื่อคนทั้งมวล” หรือ Friendly Desigh  

 

“โครงการนี้คือคุณค่าชีวิตของผมหากทำสำเร็จเท่ากับคนทั้งมวลจะสามารถไปไหนมาไหนได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะไม่มีใครหรอกต้องการใช้ชีวิตอยู่ในห้องแคบๆ ทุกคนต่างต้องการออกมาสู่โลกภายนอก หากทำสำเร็จจะสามารถช่วยลดปัญหาซึมเศร้า หรือคนท้อแท้คิดสั้นลงได้มาก ทำไมคนป่วยต้องอยู่แต่ในโรงพยาบาล หรือคนพิการต้องอยู่แต่ในสถานสงเคราะห์ บางคนอาจบอกว่าไม่เคยเห็นคนพิการเลย ที่ไม่เห็นเพราะพวกเขาออกมาไม่ได้ นี่คือดรรชนีวัดความเจริญของบ้านเมืองเราเลย”

 

สำหรับคำว่า Friendly Design นั้น คุณอ๋อยคิดจากคำว่า Universal Design ซึ่งสถาปนิกชาวอเมริกันที่ป่วยด้วยโรคโปลิโอให้คำจำกัดความขึ้น ด้วยแนวคิดที่ว่า “ไม่มีคนพิการ แต่ที่มีอยู่คือสภาพแวดล้อมที่พิการ” จึงพยายามหาทางแก้ปัญหา และค้นพบแนวการออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อคนทั้งมวลขึ้นเมื่อกว่า 30 ปีก่อน และรู้จักกันอย่างกว้างขวางว่าอารยสถาปัตย์ หรือ Universal Design จนเผยแพร่ไปทั่วโลก และกลายเป็นการออกแบบสำหรับโลกสมัยใหม่ และวิถีชีวิตยุคใหม่ ซึ่งเป็นยุคสมัยของการเท่าเทียมอย่างแท้จริง

 

 

将双手和身体清洗干净,然后将身体擦干,赤裸上身丰胸产品。将按摩霜均匀地涂抹在乳房四周。将双手分别放在一侧乳房底部,从底部开始丰胸产品酒酿蛋,由下向上,由外向内推拿乳房,如此反复多次,至乳房微微发热即可。按照此方法坚持一段时间后丰胸食物,乳房下垂、扁平的问题将得到改善,长期坚持按摩,便可挺出丰满诱人的乳房丰胸方法